สาละ
posted on 06 Jun 2011 23:29 by wach-vetar
สุดเสียงเรียกจักกู่ฟ้า นภาเหงา
ด้วยกาลนี้ยืนใต้ฟ้า มีเพียงเรา
โดดเดียวเศร้าคณึงย้ำ เขามิคืน
สู่ห่วงโสตราตรีกาล อันขื่นขม
แสนเจ็บร้าวนอนร่ำไห้ สุดตรอมตรม
แสนระทมอยู่โดดเดียว เปลี่ยววิญญา


Blue Curiosa Lavender Roses
งามเอย งามกลีบ พิลาจสวย
งามเอย งามระทวย กำจรสาย
งามเอย งามสรรค์ เจ้าพร่างพราย
งามเอย งามฟ้า เคียงภูพิงค์
เวช เวตรา
...............๐๐๐๐๐๐๐..............
๐๐๐เมื่อความรักร้องเรียกเธอ จงตามมันไป
แม้ว่าทางของมันนั้น จะขรุขระและชันเพียงใด
และเมื่อปีกของมันโอบรอบกายเธอ จงยอมทน
แม้ว่าหนามแหลมอันซ่อนอยู่ในปีกนั้นจะทิ่มแทงเธอ
และเมื่อมันพูดกับเธอ จงเชื่อตาม
แม้ว่าเสียงของมันจะทำลายความฝันของเธอ
ดั่งลมเหนือพัดกระหน่ำสวนดอกไม้ให้แหลกลาญไปฉะนั้น๐๐๐
..........๐๐๐.........
๐๐๐ความรักจะรวบรวมเธอเข้าดังฝักข้าวโพด
มันจะแกะเธอออกจนเปลือยเปล่า
แล้วมันจะล่อนเพื่อให้เธอหลุดจากเปลือก
มันจะบดเธอจนเป็นผงขาว
แล้วก็จะขยำจนเธออ่อนเปียก
แล้วมันก็จะนำเธอเข้าสู่ไฟอันศักดิ์สิทธิ์ของมัน
เพื่อว่าเธอจะได้กลายเป็นอาหารทิพย์ของพระเจ้า๐๐๐
...........๐๐๐............
๐๐๐ความรักไม่ให้สิ่งอื่นใดนอกจากตนเอง
และก็ไม่รับเอาสิ่งใด นอกจากตนเอง
ความรักไม่ครอบครอง และก็ไม่ยอมถูกครอบครอง
เพราะความรักนั้นพอเพียงแล้วสำหรับตอบความรัก๐๐๐
.............๐๐๐.............
๐๐๐จงรักกันและกัน แต่อย่าสร้างพันธะแห่งความรัก
และขอให้ความรักนั้น เป็นเสมือนห้วงสมุทธอันเคลื่อนไหว
อยู่ระหว่างฝั่งแห่งวิญญาณของเธอทั้งสอง
จงเติมถ้วยของกันและกัน แต่อย่าดื่มจากถ้วยเดียวกัน
จงให้ขนมปังแก่กัน แต่อย่ากัดกินจากก้อนเดียวกัน
จงร้องและเริงรำด้วยกัน และจงมีความบันเทิง
แต่ขอให้แต่ละคนได้มีโอกาสอยู่โดดเดี่ยว
ดังเช่นสายพิณนั้น ต่างอยู่โดดเดี่ยว
แต่ว่าสั่นสะเทือนด้วยทำนองคนตรีเดียวกัน
จงมอบดวงใจ แต่มิใช่อีกฝ่ายหนึ่ง
เพราะหัตถ์แห่งชีวิตอมตะเท่านั้น ที่จะรับดวงใจของเธอไว้ได้
และจงยืนอยู่ด้วยกัน แต่ว่าอย่าใกล้กันนัก
เพราะว่าเสาหินของวิหาร ก็ยืนอยู่ห่างกัน...
และต้นโพธิ์ ต้นไทร ก็ไม่อาจเติบโตใต้ร่มเงาของกันได้.
๐...................................๐๐๐๐๐........................................๐
ช่วงนี้กำลังอยู่ในอารมณ์ ประมานว่าสะดุ้งตื่นอีกครั้ง
หลังจากที่หลงเพ้อฝันไปกับสิ่งจอมปลอมที่เรียกว่า"ห่วงรัก"
เลยทำให้นึกถึงประโยคที่เกือบจะลืมไปแล้ว ของยิบราน ที่ว่า
จงยืนอยู่ด้วยกัน แต่ว่าอย่าใกล้กันนัก
เพราะว่าเสาหินของวิหาร ก็ยืนอยู่ห่างกัน...
และต้นโพธิ์ ต้นไทร ก็ไม่อาจเติบโตใต้ร่มเงาของกันได้.
กล่าวคือ
เวตราผู้นี้โดน สิ่งที่เรียกว่าศิลธรรมแห่งสังคม ตีกรอบตราตรึงไว้อย่างหนาแน่น
ด้วยเหตุที่ว่า มนุษย์เพศชาย ครองคู่ได้กับ มนุษย์เพศหญิงเท่านั้น
สมองเข้าใจน่ะ ยอมรับและเดินตาม กรอบแห่งศิลธรรมนี้
โดยเลือกแล้วว่าที่จะใช้ชีวิตนี้อยู่อย่างโดดเดียวไร้คู่ครอง
เพียงแต่ยังสันหา ใครอื่นที่จะเดินเคียงค้างกันไป (ในฐานนะ ต่างๆ พี่ น้อง เพื่อน )
แล้วในขณะนี้ ก็มีใครหนึ่งคน ที่เค้ากำลังเดินขนาน เคียงข้างกันไป
แต่ไม่ว่าจะด้วยความ พรั้งเผลอหรืออื่นใด
มันก็ทำให้บ้างขณะเส้นขนานคู่นี้ บีบตัวเข้าหากันอย่างไม่รู้ตัวเหมือนในตอนนี้
แต่เมื่อต่างฝ่ายต่างรู้ตัว ก็ต้องผลักกันออกไป ให้กลับไปอยู่ในตำแหน่งเดิม
เวตรากับปัญหาความยุติธรรม
บทสนทนา ระหว่าง เวตราและอณูเมฆา
เวตรา ผู้แสวงหา ในสาขาวิชาA แห่งมหาวิชชาลัย K
อณูเมฆา สหาย ผู้แสวงหา แห่งมหาวิชชาลัย K
สถานที่ มหาวิชชาลัย K แห่ง อิสราจินตนา โลกา
“มหาวิชชาลัย” แตกต่างจากคำว่า “มหาวิทยาลัย”
ที่เราใช้เรียกสถาบันการศึกษาชั้นสูงในปัจจุบัน
“วิชชา” แปลว่า ปัญญาหมายถึงการรู้ทั้งหมดการรู้ตัวเองซึ่งเป็นคำที่บ่งบอกสถานะที่สูงกว่า
“วิทยา” แปลว่า ความรู้ รู้เป็นเรื่องๆ เฉพาะส่วน
“อิสราจินตนา โลกา” อ่านว่า อิ-สะ-รา-จิน-ตะ-นา โล-กา โดยแท้ไม่มีความหมาย
แต่ในที่นี้หมายถึงโลกแห่งจินตนาการอันเป็นอิสระ
_________________________________
อณูเมฆา ด้วยเหตุใด เวตรา สีหน้าท่านได้ดูเหมือนไม่พอใจสิ่งใดอยู่
เวตรา แลดูจะเป็นเช่นนั้นแหละอณูเมฆาตราที่รัก ในวันนี้ ข้ามีความรู้สึกว่าข้าไม่
ได้ รับความยุติธรรม จากอาจารย์ผู้คุมสอบเลย ในการเข้าทดสอบเมื่อสักครู่เลย
อณูเมฆา เหตุใดท่านจึงกล่าวเช่นนั้นละ อะไรคือ การที่ท่านไม่ได้รับ ความยุติธรรม
เวตรา ก็ในวันนี้ข้าเข้ารับการทดสอบ ภายในห้องทดสอบนั้นมีผู้แสวงหา เข้าร่วม
ทดสอบซึ่งมาจากสองสาขาวิชา ข้าสมมุติให้เป็น สาขาAและสาขา B และข้า
อยู่ในสาขาA เช่นเดียวกันในห้อง ก็มีอาจารย์ผู้ควบคุมอยู่สองท่าน ซึ่งหนึ่งใน
นั้นข้ามาทราบภายหลังว่าเป็นอาจารย์ของสาขาวิชา B เนื่องจากพฤติกรรม ที่
ท่านได้กระทำอย่างโจงแจ้ง
อณูเมฆา แล้วสิ่งใด ที่ท่านว่ามันเป็นการกระทำอันโจงแจ้งที่อาจารย์ท่านได้กระทำ
เวตรา กล่าวคือในระหว่างช่วงเวลาแห่การทดสอบนั้น อาจารย์ท่านดั่งกล่าวนั้น
ได้เดิน แก้คำตอบให้กับเด็กในสาขาของตน โดยใช้ดินสอ เดินวงในคำตอบที่ผิด
และที่ข้าพเจ้ารับยอมไม่ได้มากที่สุดคือ ท่านเอากระดาษคำตอบ จากเด็กหนึ่ง
ในนั้นมานั่งเขียน ให้เลย ด้วยดินสอ เมื่อข้าพเจ้าได้หันไปเห็นเหตุการณ์ดั่งกล่าว
ท่านเกิดตกใจรีบโยนกระดาษข้อสอบคืนให้กับเด็ก ทั่งที่อาจารย์อีกท่านก็เห็น
พฤติกรรมดั่งกล่าวแต่ก็ไม่ได้ตักเตือน หรือห้ามปรามเลย
อณูเมฆา เช่นนั้นเลยหรือในมันเป็นการกระทำที่ผิดร้ายแรงมาเลยนะ แล้วท่านทำสิ่งใด
เล่าที่เป็นการทำให้มันยุติธรรมสำหรับท่าน ท่านจะยื่นเรื่องร้องเรียนไปทาง
ทบวงเช่นนั้นหรือ
เวตรา เปล่าเลย ข้าสร้างความเท่าเทียมแห่งข้าและเขาขึ้น แต่แกร่งเพียงว่าเขา จะใช่
อำนาจแห่งการเป็นท่านอาจารย์ที่มีในมือเอาชนะข้ากลับก็เท่านั้นสิ่งที่ข้าพเจ้าได้
กระทำมันคล้ายกับว่าเป็นการประชดประชันเสียมากกว่า ข้าพเจ้าได้ทำการลอกคำ
ตอบจากข้อสอบสหายที่อยู่ข้างเคียงอย่างโจ่งแจ้ง โดยเจตนาให้อาจารย์สาขา
วิชา B ท่านนั้นเห็น เพื่อจะรอดูการตอบสนองจากเขา เมื่อเขาสังเกตเห็นเขากับ
ไม่มีท่าทีที่จะใส่ใจต่อการกระทำของข้าพเจ้าเลย และส่งสายตาไปหาอาจารย์อีก
ท่าน เพื่อให้เขามาห้ามปรามการกระทำของข้าพเจ้าแทน เมื่อเป็นเช่นนั้น อาจารย์
อีกท่านจึงเดินมานั่งข้างๆ ข้าพเจ้าเพื่อไม่ให้ข้าพเจ้า สามารถลอกคำตอบของ
สหายที่อยู่ข้างเคียงได้อีกต่อ จึงทำให้ข้าไม่พอใจ และรู้สึกว่ามานไม่ยุติธรรมเลย
ที่อาจารย์ท่านอีกท่านดั่งกล่าว เข้าข้างอาจารย์ด้วยกัน มากกว่า ข้าพเจ้าจึงเลือก
ที่จะไม่ทำขอสอบต่อและออกจากห้องสอบ
อณูเมฆา ดูเป็นการกระทำที่เลวร้ายมากเลยนะ ทั้งท่านและอาจารย์ท่านั้น นี้นะหรือสิ่งที่
ท่านเรียกมันว่าความยุติธรรมสำหรับท่านนะเวตรา แล้ว ที่เรียวว่า ยุติธรรม แห่ง
ท่านมันแท้แล้วนิยามมันเป็นเช่นใด
เวตรา ยุติธรรมสำหรับข้านั้น มันคือ ทั้งสองฝ่าย ได้ประโยชน์ และโทษอย่าเท่าเทียมกัน
อณูเมฆา แม้ว่าสิ่งที่ทั้งสองกระทำมันผิดเช่นนั้นหรือ
เวตรา แน่นอนเลยที่เดียว แม้ว่ามันจะเป็นการกระทำที่ผิดแต่มันก็ยุติธรรมแล้วมิใช่
หรือ เมื่อทั้งสองฝ่ายสามารถเติมคำตอบที่ถูกต้องในกระดาษคำตอบได้มากพอๆกัน
อณูเมฆา ท่านกำลังจะบอกข้าว่า ไม่ว่ามันเป็นสิ่งที่ถูก หรือผิดขอเพียงมันสมน้ำสมเนื้อกัน
มันก็เป็นสิ่งที่ยุติธรรมแล้วถูกต้องเช่นนั้นหรือ
เวตรา แน่นอนเลยที่เดียวข้าเห็นว่าเป็นเช่นนั้น
อณูเมฆา เช่นนั้นข้ามีเรื่องจะเล่าให้ท่านฟังท่านฟังและอยากจะให้ท่านช่วยตัดสินให้ข้าทีว่า
สิ่งที่ข้าเล่าให้ท่านฟังนั้นควรทำเช่นใดจึงจะเรียกว่า ยุติธรรม
เวตรา เชิญท่านเล่าแถลงแก่ข้าเทิด
อณูเมฆา สมมุติว่า ณ หมู่บ้านอันห่างไกล หมู่บ้านเล็กเล็กที่มีโรงหมอเพียงหนึ่งแห่ง
และเครื่องมือแพทย์ที่มิใคร่จักเพียงพอนัก มีผู้ป่วยฉุกเฉินเข้ารับการรักษาสองราย
พร้อมกัน เนื่องจากโดนงูกัด คนหนึ่งเป็นหมอของหมู่บ้าน ซึ่งเป็นหมอเพียงคน
เดียวของหมู่บ้านนี้ อีกคนเป็นเกษตรกรและแน่นอนว่า มีเพียงเข้าที่สามารถสร้าง
ผลผลิตทางการเกษตรได้ เป็นเหมือนปากท้องของคนในละแวกใกล้เคียงเนื่อง
จากที่ดินส่วนใหญ่เข้าเป็นผู้ครอบครอง เอาเป็นว่าถ้าหาก หมอตายก็จะไม่มีผู้
รักษาคนภายในหมู่บ้าน และถ้าหากเกษตรกรผู้นี้ตายก็จะเกิดเหตุการณ์ขาด
แคลนอาหารและอดตายในที่สุด
แล้วมีเงื่อนไขว่ามีเซรุ่มเพียงพอที่จะช่วยชีวิตได้เพียงหนึ่งคน ผู้ป่วยเองก็อยู่ใน
อาการไม่ได้สติ และไม่ต้องนึกถึงเลยว่าจะไปที่สถานรักษาใกล้เคียง กว่าจะไปถึง
ก็คงไม่รอดอยู่ดี เมื่อการช่วยชีวิตดั่งตัวอย่างที่ข้าเล่าให้ท่านฟังนี้ ดูเหมือนว่า
เป็นการทำสิ่งที่ถูกต้องเพราะเป็นการช่วยชีวิตคน ท่านจะเลือกวิธีใดเพื่อให้เกิด
ความยุติธรรม เพื่อให้ได้ความเท่าเทียมกันเช่นที่ท่านว่า
เวตรา เช่นนั้นถ้าคิดแบบข้า ข้าจะให้หมอแทนด่านหัวของเหรียญ และเกษตรกรผู้นั้นเป็น
ด่านก้อย จากนั้นก็ให้โชคชะตาเป็นตัวตัดสินไปเลยหากใครชนะ ข้าก็จะให้เซรุ่มแก่เขา
อณูเมฆา ท่านกำลังผลักทางรองของพวกเขาไปให้สิ่งที่ท่านเรียกว่าโชคชะตาอยู่นะ
ท่านเห็นว่าชีวิตเป็นเรื่องล่อเล่นเช่นนั้นเลยหรือเวตรา หากพวกเข้าเลือกได้ข้า
ว่าพวกเขาก็จะเลือกให้ตนเป็นฝ่ายชนะ และถ้าหาก เขาไม่ยอมเล่นทำตามท่าน
และต่างฝ่ายต่างเรียกร้องที่จะดำรงอยู่ล่ะท่านจะทำเช่นใด
เวตรา อณูเมฆาที่รักท่านกำลังไล่ตอนข้าให้จนมุมอยู่นะ ท่านจะให้ข้าเป็นผู้เลือกให้
ได้เลยเช่นนั้นหรือ
อณูเมฆา แน่นอนในเมื่อท่านบอกกับข้าเองมิใช่หรือว่า ท่านไม่ได้รับความยุติธรรม
ข้าเลยลองให้ท่านเป็นผู้มอบความยุติธรรมให้กับผู้อื่นดูบ้าง
อณูเมฆา หากเป็นเช่นนั้น ข้าเลือกที่จะมอบเซรุ่มให้กับเกษตรกรแล้วกัน
อณูเมฆา ด้วยเหตุใดท่านจึงเลือกเขา และท่านใช้เกณฑ์ใดมาตัดสินในการมีชีวิตอยู่ของเค้า
เวตรา ข้าเองก็ไม่รู้หรอกนะอณูเมฆาที่รัก ว่ามันจะเรียกว่าเป็นเกณฑ์ได้เช่นใด
เพียงแต่ข้านำมาเปรียบต่อตัวของข้าเอง ข้าลองถามข้าตัวเองเองว่า ใครจำเป็น
ต่อข้ามากกว่ากัน หมอหรือเกษตรกร คำตอบของตัวข้าเองก็คือ ถ้าหากตาม
เงื่อนไขที่ให้มา คือหากไม่มีเกษตรกรผู้นี้ก็จะเกิดการขาดแขลนอาหาร ข้าเลย
ถามว่า ระหว่างข้าหิวกับป่วย สิ่งใดจะเกิดขึ้นบ่อยกว่ากันและสิ่งใจจะทำให้ข้า
ตายก่อน แน่นอนว่า ถ้าข้าขาดอาหารข้าคงอยู่ไม่พ้นเจ็ดวันไปดอกจริงไหม
อณูเมฆาหรือท่านเห็นเป็นเช่นใด
อณูเมฆา แล้วท่านคิดว่า ท่านกำลังใช้สิ่งใดกันเป็นตัวติดสินอยู่ ว่าสิ่งใดยุติธรรมแล้ว
สิ่งใดที่ไม่ยุติธรรมอยู่ในตอนนี้
เวตรา ก็ต้องเป็นความรู้สึกของข้าสิ
อณูเมฆา ใช้ความรู้สึกของท่านเช่นนั้นหรือ แล้วท่านว่ามันยุติธรรมสำหรับเขาทั้งสอง
แล้วเช่นนั้นหรือ หรือเพียงใครที่เอื้อประโยชน์ให้ท่านได้มากกว่าท่านเลยเลือก
ที่จะเอื้อประโยชน์ให้เข้าเช่นกัน หรือแท้แล้วความยุติธรรมของท่านเป็นเพียงว่า
ไม่ว่าจะถูกหรือผิด ขอให้ท่านได้ประโยชน์ไว้ก่อนนั้น นั้นแหละคือความยุติธรรม
เวตรา ท่านกล่าวร้ายข้าเกินไปแล้วนะอณูเมฆา ข้าเห็นแก่คนส่วนใหญ่ตั้งหากเล่า แต่ก็
แน่นอนข้าก็เห็นแก่ประโยชน์แห่งข้าด้วยเช่นกัน ถ้าหากข้าต้องอยู่ที่นั้นด้วยเช่น
กัน และก็แน่นอนเช่นกันข้าเชื่อว่า คนไม่น้อยเลยที่เดียวที่ต้องคิดเช่นข้า เพราะ
ไม่มีใครจะป่วยทุกวันเหมือนที่พวกเขาบริโภคอาหารทุกวันหรอก อย่างนั้นมิใช้หรือ
อณูเมฆา ท่านจะบอกว่า เพียงเชื่อว่าเช่นนั้นหรือ
เวตรา ถ้าจะเรียกให้ถูกข้าว่า ต้องบอกว่า ข้าอนุมานได้จากสิ่งที่เรียกว่าการรู้ตรง ด้วย
เหตุผล หรือจะด้วยเหตุผลกลใดก็ช่างเถอะ กล่าวคือ หากข้าขาดอาหารไปแน่
นอนว่าข้าคงหิวจนทนไม่ได้ ถึงมีหมออยู่ ยังไงก็ช่วยข้าอิ่มไม่ได้หรอกจริงไหม
และถ้าท่านจะเถียงว่าเขาอาจจะใช้การฝังเข็มให้ไม่หิวได้ แต่ขออภัยเถอะนะ ถึง
อย่างไรมันก็ทำให้ร่างกายได้รับพลังงานไม่ได้อยู่ดี เช่นนั้นแล้ว เมื่อคนอื่นขาด
อาหารก็คงไม่ต่างจากข้าหรอกจริงไหม
อณูเมฆา แล้วท่านจะแน่ใจได้อย่างไรว่า คนอื่นเขาจะเป็นเช่นท่าน
เวตรา ง่ายจะตายไปอ่านจากสีหน้าถ้าทางของพวกเขาสี ท่านเคยเห็นสีหน้าของคน
ป่วยหรือไม่ ท่านว่ามันมีมากกว่าคน ปกรติเช่นนั้นหรือ แล้วท่านเคยเห็นคนที่
กำลังหิวอยู่หรือไม่ ถ้าหากยังนึกไม่ออก จงมองมาที่หน้าข้า แล้วท่านจะได้
เห็น เพราะตอนนี้ข้านั้นรู้สึกหิวขึ้นมาเสียแล้วสิ
อณูเมฆา อันใดกันเล่ากำลังคุยกันออกรสอยู่เชียวช่วยนั่งคุยเป็นเพื่อนข้าอีกสักพักเถิด
เวตรา เอาเช่นนั้นก็ได้ แต่ข้าว่าคงได้อีกไม่นาน
อณูเมฆา เอาเถอะๆ คุยมาถึงตรงนี้ ท่านได้ที่มาแห่งเหตุผลที่ท่านใช้มาตัดสินว่าสิ่งได้
ยุติธรรมและไม่ยุติธรรมแล้วสินะ แล้วท่านคิดว่ามันถูกต้องและยุติธรรม
สำหรับหมอท่านั้นแล้วหรือเวตรา
เวตรา แน่นอนว่าทั้งไม่ถูกต้อง และไม่ยุติธรรมสำหรับเขา
อณูเมฆา ท่านกำลังทำให้ข้าสับสน กับความหมายแห่งความยุติธรรมแห่งท่านแล้วนะ
เวตรา ท่านบอกเองว่าความยุติธรรมสำหรับท่านมันคือทุกอย่างมันต้องเท่า
เทียมกัน แต่ตอนนี้ท่านกลับทำให้มันไม่เท่าเทียมเสียแล้ว เห็นแก่พระเจ้า
เถิด เวตรา ช่วยให้ความกระจ่างแก่ข้าที
เวตรา ถ้าจะให้ข้าอธิบายจริงๆ ข้าก็อาจบอกได้เพียง โดยแท้แล้วนั้นสิ่งที่เรียกว่า
ยุติธรรมนั้น มันมีความหมายเฉพาะตัวในแต่ล่ะบุคคล แล้วเช่นเดียวกัน ไม่มี
ใครสามารถตัดสินว่าใครผิดหรือถูกได้โดยไม่มีใครไม่ได้เปรียบหรือไม่เสีย
เปรียบหรอก มันต้องมีในส่วนของคนที่ได้แล้วคนที่เสียเปรียบ ในก็กรณีของ
หมอกับเกษตรกร ข้ามีความเห็นว่า หมอคือผู้เสียเปรียบที่ไม่อาจใช้ชีวิตที่
เหลือได้ แต่เขาอาจได้เปรียบตรงที่ว่าไม่ต้องอยู่ในชนบทอันห่างไกลโลกเช่น
นี้อีกต่อไปก็เป็นได้ และผู้ได้เปรียบเกษตรกรที่สามารถมีชีวิตอยู่ต่อได้ และ
เช่นกันเขาอาจเสียเปรียบตรงที่ว่าต้องกลับไม่ทำงานหนักเพื่อให้ได้ผลผลิต
เลี้ยงคนในหมู่บ้าน ส่วนชาวบ้านหรือพูดให้ถูกคือพวกผู้มีที่ส่วนในการได้เปรียบ
เสียเปรียบครั้งนี้ พวกเขาได้เปรียบที่ไม่ต้องอดตายตรงที่ยังมีอาหารให้ซื้อขาย
แลกเปลี่ยนเช่นเดิม แต่พวกเข้าก็เสียเปรียบตรงที่เมื่อพวกเขาป่วยก็จะไม่มี
หมอคอยรักษาเช่นกัน
และในกรณีของข้าเองที่ข้าเล่าให้ฟังในตอนต้น ข้าเสียเปรียบตรงที่ ไม่
อาจลอกคำตอบได้เยอะๆตามต้องการ แล้วก็เช่นกันข้าได้เปรียบผู้อื่นตรงที่ว่า
ทำกระผิดแล้วไม่ได้รับโทษ
อณูเมฆา ท่านกำลังจะบอกข้าว่าที่เราเสียเวลานั่งถกเถียงกัน อยู่นี้ แท้แล้วยุติธรรมเป็น
สิ่งที่ไม่แน่นอน แล้วที่เขาใช้ติดสินอยู่ในศาลยุติธรรม ในทุกเมื่อเชื่อวันนี้มันคือสิ่งใดกันเล่า
เวตรา ข้าก็มิทราบได้ว่าพวกเขาใช้อำนาจใดมาตัดสินผู้อื่น แต่สิ่งเดียวที่ข้าพอจะรู้
คือหนังสือที่พวกเค้าบันทึกคำตัดสินมีมากขึ้นเรื่อยๆ คล้ายๆว่ามันไม่มีบรรทัดฐาน
ที่แน่นอน และเช่นเดียวกัน มันถูกตัดสินเป็นกรณีๆไป อาจมีสิ่งที่เรียกว่ากฎหมาย
แต่มันก็จะเปลี่ยนไปเมื่อเวลาเปลี่ยนแล้วอีกอย่างมันมี่องว่างมากมายนัก เพราะ
เกิดเหตุการณ์เดียวกันเพียงแต่ เกิดขึ้นคนละเวลา คำตัดสินก็เปลี่ยนไปแล้ว และที่
ข้ารู้อีกอย่างคือมันเป็นการตัดสินโดยคนกลุ่มๆหนึ่งเท่านั้น และที่แน่ใจที่สุดคือข้า
มิอาจจาบจวงพวกเข้าถ้ามิใคร่ไปนอนในคุก
อณูเมฆา ท่านกำลังจะหมายถึงสิ่งใดกันแน่เวตราที่รัก
เวตรา สิ่งที่ข้าจะบอกก็คือในโลกเช่นปัจจุบันนี้หรือนานมาแล้ว แทบจะหาไม่ได้หรอก
สิ่งที่เรียกว่าความยุติธรรมเช่นที่ข้ากำลังร้องหา
เพียงเพราะมีสิ่งที่เรียกว่าตำแห่งหน้าที่ ซึ่งมานทำให้เกิดสิ่งที่ตามมาคือ
ฐานะทางสังคม และถ้ามันยิ่งสูงขึ้น ก็จะได้รับความเคารพนับถือและเกรงกลัว
เพราะนั้นมานหมายถึงอำนาจที่บุคคลนั้นๆมีมากขึ้น และเมื่อได้มานซึ่งอำนาจนั้น
เขาเล่านั้นก็จะ มีโอกาสกลับผิดเป็นถูก กลับชั่วเป็นดีได้อย่างใจนึก ซึ่งทำให้เกิด
การเลื่อมล้ำในสังคม หากเรายกเลิกสิ่งที่เรียกว่าฐานะทางสังคม หรือลบเลือนสิ่งที่
เรียกว่าอำนาจนั้น เมื่อนั้นไม่ว่าจะเป็น รัฐมนตรี ข้าราชการ ผู้ครองแผ่นดิน หรือแม้
แต่ราษฎรก็จะเกิดความเท่าเทียมกันในสังคม เมื่อนั้นสิงที่เรียกว่ายุติธรรม
อาจกลับมา ข้าว่าข้านำท่านออกมานอกเรื่องเกินไปหรือเปล่า
อณูเมฆา เปล่าเลยท่านนำเราเข้ามาใกล้มากที่เดียว เสียมากกว่า
เวตรา ท่านหมายถึงสิ่งใด
อณูเมฆา ก็หมายถึงท่านได้นำเราเข้ามาใครสิ่งที่เรียกว่าคุกเสียแล้วนะสิ เวตราที่รัก
ท่านบอกท่านว่ามิกล้าจวบจ้วงเขาเหล่านั้น แต่ตอนนี้ท่านจ้วงพวกเขาไปเติมๆเลยแหละ
เวตรา นั้นสินะ แต่ก็อย่างที่ข้าว่านั้นแหละ ถ้าหากเราสามารถปลดเปลื้องสิ่งที่เรียกว่า
ยศถาบรรดาศักดิ์เหล่านั้น ข้าว่า มานจะทำให้พวกเราเดินหายใจโล่งขึ้นอีกโขเลยที่เดียว
แต่ในเมื่อตอนนี้เรายังมิอาจจะเปลี่ยนแปลงสิ่งใดได้ ข้าว่าเรารีบแยกย้ายกันเถอะ เพราะ
ข้าว่าถ้าหากเรายังถกเถียงเรื่องนี้กันต่อ เราทั้งคู่อาจจะได้รับสิ่งที่เรียกว่าความไม่
ยุติธรรมสำหรับเรากันทั้งคู่ก็เป็นได้
อณูเมฆา เช่นนั้นก็หวังว่าจะได้มีเวลามานั่งคุยกับท่านอีก เวตรา ทิวาสวัสดิ์
เวตรา ทิวาสวัสดิ์เช่นกัน

๐ ฤดูเวียนเปลี่ยนฟ้า กลกาล สรวงนา
พิรุณพร่างสุธาพาล ชุ่มชื้น
ริมบัญชรมิอาจต้าน หนาวอก ได้เฮย
คร่ำคราญมิอาจฟื้น เจ็บร้าว จำรอ
๐ ระทมรักรวดร้าว ทรวงใน
สัญญาจักคืนชิดใกล้ ไป่ย้ำ
คำหลอกนั่นลวงใจ เชื่อบ่ ได้นา
ใยต้องคะนึงกรีดซ้ำ พร่ำเพ้อรำพึง
๐ ริมหน้าต่างนี้ มิคืน แล้วเฮย
นภาคร่ำร้องครืน ดั่งรู้
ปล่อยจิตว่างพักฟื้น มอดดับ ทุกข์นา
เกิดก่อสุขสถิตอยู่ นิจนี้นิรันดร์
edit @ 13 May 2011 15:38:25 by เวตรา