เที่ยวคนเดียว “ขอนแก่น เวียงจันทน์ หลวงพระบาง แก่นท้าว ท่าลี่” ด้วยเงินไม่เกิน4000บาท

หลังจากที่กลับมาแล้วบิ้วอารมณ์อยู่นาน เพราะไม่พิมพ์อะไรๆนานๆ มานานมากกก

เอาละค่ะ ทิปนี้เริ่มต้นที่ขอนแก่น เดินทางวันที่ 8-9-10 เมษายน 2558

 

Day 1

เวตราเริ่มเดินทางที่ขอนแก่นด้วย รถโดยสารระหว่างประเทศ ขอนแก่น-เวียงจันทร์

ไปถึง บขส.3 ตอน 7.30 ไปยืนรอซื้อตั๋วพร้อมPassport

จานนั้นก็ออกเดินทางกันเลยคะ รถจะไปจอดที่ด่าน สะพานมิตรภาพ

ขั้นแรก เมื่อถึงด่านคือเดินไปที่เคาน์เตอร์ เขียนไปใบข้ามแดนแล้วก็ไปเข้าแถวที่ตม.แล้วก็กลับขึ้นรถคันเดิม เพื่อข้ามฝั่ง

 

เมื่อข้ามฝั่งไปแล้ว ให้ไปซื้อ one way ticket แล้วไปเข้าแถว ตม. เพื่อข้ามด่าน ถ้าใครไม่ได้ซื้อ one way ticketก่อน แต่มาเข้าแถวแล้ว เมื่อตรวจหนังสือเดินทางแล้ว สามารถเดินมาซื้อที่เกาะกลางได้ (เงิบมาแล้วคะ ตกใจมาก ตั่งแต่ฝั่งไทยแล้ว เพราะคนเกือบทั้งหมดในรถเป็นคนลาว ไม่ต้องเขียนหนังสือข้ามแดน เขาไปต่อแถว ตม. เลยเราก็ไปต่อด้วยพอไปถึง จนท. เขาบอกให้ไปเขียนมาก่อน ต้องวิ่งไปต่อแถวใหม่ กลัวรถไม่รอมากก !!!)

พอออกจากด่านตรวจแล้ว จะมีเคาน์เตอร์ธนาคารเรียงกันอยู่ สามารถแลกเงินได้เลย แต่!!! อย่าแล้วไปเยอะ เหลือกลับมาแล้วแลกคืนอยากมาก เวตราแลกไป 4000 บาท ได้ 1,002,000กีบ

จากนั้นก็กลับขี้นรถคันเดิมเข้า เวียงจันทร์ รถจะไปจอดที่ สถานีขัวดิน ข้างตลาดเช้า ประมานเที่ยง

เมื่อลงรถแล้วจะมีสามล้อ ตามประกบเลยคะ อย่าหลงไปนะคะ โดนฟันราคาแน่ๆ แต่ถ้าใครต้องการควรสะดวกหน่อย ไปกันหลายคน สามารถต่อรองราคาได้นะคะ แต่ไปคนเดียวเลยเลือกที่จะขึ้นรถเมสีเขียว ราคาถูกกว่ากันมาก 5000กีบ เท่านั้นคะ

พอไปถึงสายเหนือแล้ว เข้าไปซื้อตัว

2 เที่ยวสุดท้ายจะเป็นรถนอน

 

คนขายเขาจะถามชื่อนะคะ บอกชื่อเลย นามแฝงอะไรก็ได้ เขาจะเอาไว้เช็คชื่อเวลาขึ้นรถ

จากนั้นก็ออกมารอรถตรงที่ลงได้เลยคะ แต่เวตราด้วยความไปคนเดียวและไม่ได้ถามคนขับรถเมย์ไว้วึ้นกลับได้ตรงไหน เลยเดินออกมารอตรงถนน แต่แม่ง!!! พลาดอย่างแรงเลยคะ แทนที่จะนั่งรอเย็นๆในบขส เดินออกมารอถนน ด้วยความที่รถแต่ละเที่ยวห่างกันมาก เลยตัดสินใจขึ้นสามล้อ โดนไป 30,000กีบ (120 บาท) แต่ก็ยังดีค่ะ พี่แกพาไปแวะซื้อซิมด้วย

ที่จริงหาซื้อร้านไหนก็ได้ แต่แนะนำว่าไปร้านที่เขาขายมือถือเลยดีกว่าคะ ให้เขา ลงทะเบียนซิมสมัครโปรเน็ตให้ เลยจะง่ายกว่า อันนี้พี่3ล้อแกแวะร้านข้างทางให้ ยายแกก็ไม่รู้เรื่อง หลังจากซื้อซิมเสร็จ ให้พี่แกไปส่งที่สวนน้ำพุ

กลางเมืองพอดี เลยเดินหาร้านกาแฟนั่ง เข้าไปสั่งชาเย็นกันคุกกี้ 27,000 กีบ

 

ระหว่างที่นั่งพักก็จัการซิมไปด้วยเลย ลืมบอกว่าเคยลงเรียนภาษาลาวมาก่อน ถึงแม้วจะได้ D มาแต่ก็พออ่านออกได้บ้าง

 

วิธีสมัครซิม เน็ท ลาว อันดับแรกโทรไปเปิดเบอร์ ที่ 5551 เพื่อลงทะเบียน

จากนั้นเติมเงิน กด *121*รหัสเติมเงิน

จากนั้นกด*131*โปรเน็ต# แล้วโทรออก จากที่เดาๆอ่าน โปร1-10นะ 5 = 5000กีบ 10 = 10,000กีบ เวตราสมัครแบบหมื่นกีบ 3วันเล่นยังเหลือนะคะ

หลังจากที่นักพักอยู่พักใหญ่เวลา บ่าย 4โมงกว่าแล้วเลยเริ่มออกเดินเล่น ไปบขสข้างตลาดเช้า ระหว่างทางก็ผ่านหอสมุด สถานทูตบรูไน วัดพระแก้ว มหาวิทยาลัย เดินแบบเรื่อยๆ มาทันขึ้นรถเที่ยวสุดท้ายไปสายเหนือพอดี ประมาน5โมงเย็น

 

 

 

พอขึ้นรถเมย์แล้ว มาถึงสายเหนือ ก็หาอะไรกิน มีอยู่ร้านเดียว ได้เฝอ เป็นมื้อแรก

ต้องขอบคุลซอสพริกนะคะ ที่ทำให้รสชาติอาหารดีขึ้น T^T

รถนอนออกเวลา20.30 เมื่อเจอรถถึงกับช๊อกเลยคะ ที่จากรีวิว มันเป็นที่นอนเดี่ยว แต่เอาเข้าจริงเป็นที่นอนคู่ เอาไงทีนี้ ร่ายก็มโหฬาร นั่งเต็ความสูงก็ไม่ได้ นอนยาวก็ไม่ได้ สุดท้ายต้องนอนตะแคงงอเข่า เพื่อให้รบกวนคนข้างๆน้อยที่สุด หลับบ้านตื่นบ้าง ทรมานสุดๆคะ ถ้ามีเพื่อนไปมันยังพอให้นอนเบียดบังมันได้บ้าง เฮ้อ.....

 

พอถึงครึ่งทางจะมีจอดให้กินข้าวนะคะ โดนใช้ตั๋วที่ซื้อมา ฟรี1ถ้วย

หลังจากผ่านพ้นการนอนที่แสนทราม เราก็มาถึงหลวงพระบางแล้วคะ

Day 2

เมื่อถึงแล้วเลยรีบหาตั๋วกลับเลยคะ ไปถามที่เคาน์เตอร์ ถึงรถกลับเลย แต่รถทัวร์กลับเลยเลิกวิ่งไปแล้วค่ะ คุลพระ!!!! ยืนช๊อกกลางอากาศ เขาเลยนะนำว่า ต้องนั่งรถไปลงแก่ท้าว แล้วต่อรถเอา ค่าตั๋ว 95,000 กีบ(ที่จริง ถ้าเดินข้ามถนนมาจะมีคิวรถตู้ วิ่งกลับเลย ซึ่งมารู้ทีหลัง โคตรเซงเลย!!!~ แล้วดันมารู้ตอนวันกลับแล้วเพราะสามล้อบอก โอ๊ย!!!ชีวิต แล้วดันมาไม่ทันรถด้วย ถ้าทันกลับรถตู้แล้วคะ!! )

เอาคะทิ้งเรื่อง รถแล้วไปเที่ยวกันต่อ หลังจากที่จองตั๋วเสร็จแล้ว ก็เข้าเมือง สามล้อ 15000 กีบเขาจะไปส่งที่กลางเมือง เดินไปทางซ้าย ไปทางซอยข้างวุฒิศักดิ์ เดินหาเรื่อยๆ มองซ้ายมองขาวเลยเลือก Hoxieng Guesthouse Luangprabang 120,000 กีบ

รายละเอียดที่พักคะ รูปห้อง  http://www.booking.com/hotel/la/hoxieng-guesthouse-1.th.html?aid=318615;label=Low_CPA_Thai_TH_12118694305-bu4ybQV%2Aek5QivVunnqLxgS46933411585%3Apl%3Ata%3Ap1%3Ap2%3Aac%3Aap1t2%3Aneg;sid=7ecb3b4a6265c3b2e6b1c3c63fa8a1b9;dcid=4;ucfs=1;srfid=cd51029e306a7e8fcd8e00776438da36046045faX1;highlight_room=

อันรี้เฟสเจ้าของนะคะ https://www.facebook.com/hoxiengguesthouse.luangprabang

เมื่อได้ที่พักแล้วเลยขออาบน้ำก่อน ยังเช็คอินไม่ได้ เพราะแขกยังไม่เช็คเอาท์ ทีแรกว่าจะเช่ามอเตอร์ไซ ไปขี่ชมเมือง แล้วก็จะไปกว่างศรี แต่เจ้าของเขาแนะนำว่า ไปรถตู้เย็นๆสบายกว่า แค่200บาท เลยจ่ายไป 50,000 กีบ แล้วก็อย่างที่คิด ระยะทาง36กิโล ตัดสินใจถูกจริงๆ!!! เจ้าของที่พันแนะนำให้ไปบ่าย แล้วตอนเช้าไปเดินชมเมือง แต่เราไปรอบ 11.30 กำลังดีนะ ตอนกลับมาไปเที่ยววัดภูศรีกำลังดีเลย

 

เมื่ออาบน้ำแล้วเห็นทางด้านบนใช่ไหม๊คะ เดินลงไปแล้วเลี้ยวขวา เดินไปอีกนิดจะเจอร้านประชานิยม  ได้โจกหมูกับชาเย็น ปาท่องโก๋ 1 คู่ 15,000 กีบ เป็นอาหารเช้ารสชาติโอเครเลยนะ!!!! แล้วก็ไปเดินชมเมือง

 

จากประชานิยมเดิน ตามทางเลียบแม่น้ำโขง ไปเรื่อยๆ มีโรงแรมร้านรวงเยอะแยะเลยคะ ถ่ายรูปไปเรื่อย หน้าเสียดายที่มีแค่กล้อง Samsung Galaxy Note 1เลยได้รูปมาเท่าที่เห็น ^^

 

 

 

เดินไปสักพักก็ถึงวัดเชียงทองแล้วคะ ค่าเข้า20,000 กีบ

หลังจากเดินวนไปวันมาในวัด ก็ออกอีกฝั่ง กะว่าจะเดินไปชมวัง เป็นถนนขนานกันกับฝั่งขามา แต่แผ่นที่กลูเกิลทำพิษคะ เราเดินเลยซอยลงไปอีกซอย ทำให้เดินอ้อม

สุดท้าย มาถึงวังก็ เกือบ11 โมงแล้วว เลยรีบกลับไปขึ้นรถ ที่หน้าเกสเฮ้า



เมื่อมาถึงกว่างสี ก็จ่ายค่าเขา 20,000 กีบ เลือกเดินตามเส้นทางธรรมชาติ ไปดูหมี

แล้วก็เดินชื่นชม ต้นไม้สายน้ำไปเรื่อย..... ก็ถึงน้ำตกแล้วคะ

 

รถตู้ให้เวลาเล่นแค่ 2 ช.ม. แล้วก็ขึ้นรถกลับ

จะกลับถึงที่พักจะเกือบ4โมงเย็น ก็มีเวลาเปิดแอร์นอนพักขา ประมาน5โมงกว่าก็เริ่มกันเลยคะ ไปวัดพูสีกัน

บอกตรงๆคะเป็นทางขึ้นแล้วท้อมากกกก

 

หลังจากเดินๆ นั่งๆอยู่หลายตลบก็ขึ้นมาถึงจนได้ค่ะ

 

เป็นภาพที่ประทับใจมากๆเลยค่ะ หายเหนื่อยเลยยย

 

พอเดินลงมาตลาดมือก็ตั่งแล้วนะคะ แต่ไม่ไหวจะเดินจริงๆ

 

เลยไปหาอะไรกินก่อน ก็ตามรีวิวก่อนๆเลยคะ บุฟเฟ่ 10,000 กีบ

แต่จะบอกว่าเดินไปอีกซอยนึง ปากซอยจะขายของกินเยอะๆ

ในซอยมีแบบ15,000กีบแพงกว่านิดเดียว แต่จากจานใบเล็กๆ เป็นชามก๋วยเกี๋ยวเลยคะ เสียใจจนตอนนี้ กินไม่อิ่ม ในซอยนั้นมีเกี้ยวด้วยนะคะ เกี้ยวซ่าทำเอง อร่อยมากกก

 ไฮไลน์อยู่ที่เจ้านี่คะ “ข้าวจี่ทาน้ำปลาร้า” อร่อยอย่าบอกใครเลยที่เดียว เราเห็นเป็นไม้แบนๆนึกว่าหมูปิ้ง เลยเดินเข้าไปปรากฏว่าไม่ใช่ แต่ข้าวบ้านเขาจะเป็นเหนียวๆเหมือนโมจิญี่ปุ่นนะคะ ไม่รู้ทำกันยังไง

 

Day3 

เช้าวันสุดท้ายเวตราตั่งใจตื่นมาใส่บาตร หอบผ้าเบี่ยงกับ โสร่งไปจากบ้านเลยที่เดียว ตื่นตั่งแต่ตี5ครึ่ง อาบน้ำ แต่งหน้าไปเรื่อย รู้ตัวอีกที6โมงกว่าแล้วคะ เลยออกจากห้อง แล้วก็ทราบข่าวร้ายว่า พระไปแล้ว!!!!! น้ำตาแทบร่วง! เพราะปากหนักไม่ถามเวลาเขาไว้แท้ๆเซงเลย เลยเปลี่ยนแผน ออกมาเดินเล่นตลาดเช้าแทน

 แต่ก็เหมืนฟ้าฝนไม่เป็นใจ เดินออกมาจนถึงหน้าวัง ระหว่างนั้นก็มีเพลงลาว กับนิทานให้ฟังด้วยเหมือนเป็นหอกระจายเสียงของเมือง (ตลาดจะมาสุดที่ข้างวัง ) และแล้วฝนก็เทลงมาตรงหน้าวังนั่นแหละคะแบบไม่ลืมหูลืมตา สรุปคือเดินเปืยกกลับห้อง

อ้อ!!! เวตราได้ของติดไม้ติดมือจากตลาดด้วยนะ ข้าวจีทอดกับแจ่วบอง เรอเริสมาก!!!~

 ก่อนจะไปฝากท้องที่ประชานิยมแล้วกลับห้องไปเปลี่ยนผ้ากลับบ้านกัน

หลังจากเปลี่ยนผ้าเสร็จก็ออกมาโบกสามล้อ 15,000กีบ เพราะมาคนเดียว ต่อไม่ได้ ถ้ามาสองคนเขาจะให้คนละหมื่นกีบ

เวตรากลับทางไชยบุรีมาแก่นท้าว

 

 ครึ่งเช้าก็ดีนะคะ อากาศเย็น เปิดเพลงเบาๆ มากับพวกพี